เวลาหมดแล้ว อดัม ลัลลาน่า ต้องอำลาหงส์แดง

ปักหลักกับ “ลิเวอร์พูล” มานานถึง 5 ปีแล้ว ตั้งแต่แมื่อย้ายมาจาก เซาแธมป์ตัน ในปี 2014 แม้ว่าจะเป็นนักฟุตบอลสาระพัดคุณประโยชน์เล่นได้หลายตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็น กองกลางในแผงดินแดนกึ่งกลาง รวมทั้งปีกขอบเส้นข้างๆ แล้วก็เคยเป็นตัวหลักที่ได้ลงสู่สนามเป็นตัวจริงตลอดอีกด้วย แม้กระนั้นพักหลังมีปัญหาเจ็บก่อกวนแบบตลอด ทำให้หลุดไปนั่งเป็นตัวสำรองมาแล้วถึง 2 ฤดู คาดว่านักเตะคนประเทศอังกฤษวัย 31 ปีบางทีอาจย้ายกลับไปซบกลุ่มเก่าในระยะหลังจบเกมนัดหมายชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เสมือนที่เป็นข่าวได้ด้วยเหมือนกัน

ดิ เอ็กซ์เพรส สื่อชื่อก้องของเมืองผู้ดี ออกมากล่าวมาว่า อดัม ลัลลาน่า มิดฟิลด์ หงส์แดง ยอดสมาคมที่แวดวง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีความรู้สึกว่าตนเองจำเป็นจะต้องย้ายออกจากกลุ่ม

สิ่งที่เคยบอกไว้ก่อนหน้า ลัลลาน่า กลัวว่าเขาจะไม่สำคัญกับกลุ่มอีกแล้ว และก็จะต้องกล่าวลา แอนฟิลด์ เพื่อได้ยังเล่นบอลถัดไปได้อีกนับเป็นเวลาหลายปี ซึ่งเขาก็บอกกับเพื่อนพ้องๆของตนเพราะว่าพร้อมที่จะย้ายกลับไปอยู่กับ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน กลุ่มเก่าของเจ้าตัว

ซึ่งการส่อแววย้ายกลุ่มของเจ้าตัวคราวนี้ทางกุนซือ คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลอาจจะไม่ขัดข้องอะไรแล้วก็บางทีก็อาจจะเปิดช่องให้เจ้าตัวไปเพื่ออนาคตของเขาเองที่จะมีสิทธิ์ได้ส่องแสงอีกรอบ ซึ่งถ้าเกิดเขาไม่มีการบาดเจ็บอาจเป็นอย่างยิ่งสำคัญของกลุ่มอย่างแน่แท้

ลัลลาน่าย้ายทีม

การกล่าวถึงอดัม ลัลลาน่า ของโค้ชคนแรกที่ชื่อ วอเตอริดจ์

“เวลานี้เขาคงจะอายุ 6-7 ปี และก็ชอบร่ำร้องให้ผมส่งเขาลงในสนามเป็นตัวจริงให้ได้” เทอร์ปรี่ วอเตอริดจ์ ผู้ครอบครองสถาบันปรับปรุงเยาวชนในบอร์นมัธย้อนเรื่องในอดีตถึงสมัยก่อนผู้เล่นที่เขาเคยร่วมงานด้วย วอเตอริดจ์ เป็น หนึ่งในผู้ปลุกปั้นและก็มอบโอกาส อดัม ลัลลาน่า เป็นคนแรกๆ“การใช้สองเท้าของเขาดูอย่างเป็นธรรมชาติมากมาย เราไม่ค่อยมองเห็นผู้เล่นซึ่งสามารถใช้ได้ดีทั้งคู่เท้าในอังกฤษมากสักเท่าไรนัก ซึ่งอดัมเป็นหนึ่งในนั้น”

วอเตอริดจ์ยังกล่าวถัดไปอีกว่า “ความรู้ความเข้าใจไม่ใช่อย่างเดียวที่อดัมมีในตอนเด็ก เขายังเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้นอีกด้วย อดัมก็เลยเป็นผู้เล่นที่สุดยอด รวมทั้งพวกเราก็ไม่ต้องการเสียเขาไปด้วย แม้ว่าจะรู้ดีว่าพวกเราไม่สามารถที่จะรั้งตัวเขาไว้ได้เลยก็ตาม แม้กระนั้นเดี๋ยวนี้ผมสารภาพว่าการตกลงใจปล่อยตัวปล่อยใจเขาจากบอร์นมัธไปร่วมกลุ่มเซาแธมป์ตันในวัย 12 ปี พิสูจน์ให้มองเห็นแล้วว่าเป็นการตกลงใจที่ดีณ ตอนนี้”

สถิติที่น่าสนใจของ อดัม ลัลลาน่า ในพรีเมียร์ลีกตลอดการร่วมทีมลิเวอร์พูล

  • 2018-2019: เจ้าตัวได้ลงเล่นทั้งหมดจำนวน 13 นัดโดยไม่มีการทำประตูและอาทิตย์ และได้รับใบเหลือง 1 ใบตลอดฤดูกาล
  • 2017-2018: ตลอดฤดูกาลเจ้าตัวลงสนามทั้งหมด 12 นัดโดยไม่มีการทำประตูและ แอสซิสต์ และได้รับใบเหลือง 1 ใบ
  • 2016-2017: เป็นปีที่สร้างความโดดเด่นให้กับ อดัมลัลลาน่าได้ไม่น้อยเมื่อเขาได้ลงเล่น ทั้งหมด 30 นัด โดยทำประตูไปทั้งหมดถึง 8 ประตูและทำ assis ถึง 7 ครั้ง และได้รับใบเหลืองจำนวน 3 ใบ
  • 2015-2016: จำนวนนัดในการลงแข่ง 30 ทั้งหมด 30 นัด โดยทำประตูไปถึง 4 ประตูกับอีก 6 แอสซิสต์ ได้รับใบเหลือง 2 ใบ
  • 2014-2015: จำนวนนัด ในการลงแข่ง 27 นัดโดยทำประตูไปถึง 5 ประตู คอมแอร์ 3 ครั้ง และได้รับใบเหลือง 4 ใบ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง: เอากลับดีไหมคาร์ร่าว่าไงคูตินโญ่คัมแบ็กลิเวอร์พูล

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นอริชซิตี ( 1 )

สโมสรฟุตบอลนอริชซิตี (อังกฤษ: Norwich City Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลอังกฤษอาชีพตั้งอยู่ในเมืองนอริช นอร์ฟอล์ก

 

สโมสรก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1902 ได้เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดในปี ค.ศ. 1972 และหลังจากนั้นได้เล่นในลีกสูงสุดถึง 23 ฤดูกาล โดยช่วงที่ยาวนานที่สุดถึง 9 ฤดูกาล นอริช ชนะเลิศถ้วยลีก คัพถึง 2 ครั้ง ในปี 1962 และ 1985 เอฟ เอ ยูธคัพ อีกสองสมัย ในปี 1983 และ 2013 สโมสรเป็นสมาชิกแรกก่อตั้งฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 1992-93 และจบอันดับ 3 และได้เล่นในลีกสูงสุด 3 ฤดูกาลติดต่อกัน เข้าถึงรอบ 3 ฟุตบอลยูฟ่า คัพ นอริชกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้งในปี 2011 หลังจากหล่นชั้นไป 6 ปี

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ซันเดอร์แลนด์ ( 35 )

ผู้ชมน้อยที่สุด (สนามสเตเดียมออฟไลต์): 11,450 (เชสเตอร์ซิตี้ – ลีกคัพรอบแรก – 24 สิงหาคม 2004)

ผู้ชมน้อยที่สุด (สนามสเตเดียมออฟไลต์, เกมลีก): 22,167 (วีแกนแอทเลติค – 2 ธันวาคม 2003)

ผู้ชมสูงสุดโดยเฉลี่ย (รวมทุกรายการ): 47,976 (1949-1950 – โรเกอร์พาร์ก)

ผู้ชมสูงสุดโดยเฉลี่ย (สนามสเตเดียมออฟไลต์): 46,790 (2000-2001)

ผู้ชมสูงสุดเปรียบเทียบกับพื้นที่อัฒจันทร์: 97% (1999-2000)

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เวสต์แฮมยูไนเต็ด ( 5 )

ฤดูกาล 2008-2009

หลังจากมีเหตุการณ์ว่านักเตะของเวสต์แฮมยูไนเต็ดมีเรื่องทะเลาะกับคณะกรรมการของฝ่ายการตลาด แอนทอน เฟอร์ดินานด์ และ จอร์จ แม็กคาร์ทเนย์ ได้ย้ายไปอยู่กับ ซันเดอร์แลนด์ และ ผู้จัดการทีม อลัน เคอร์บิชลีย์ ได้ลาออกเมื่อวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 2008 ทายาทของเขาที่เคยเป็นอดีตกองหน้าของเชลซี จานฟรังโก โซลา ได้มารับงานคุมทีมเวสต์แฮมยูไนเต็ดซึ่งมาคุมทีมเมื่อวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2008 และในการทำเช่นนั้นก็กลายเป็นผู้จัดการทีมที่ไม่ใช่ชาวอังกฤษครั้งแรกของสโมสร  และเขาสามารถนนำเวสต์แฮมยูไนเต็ดจบอันดับที่ 9 ใน พรีเมียร์ลีก

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เวสต์แฮมยูไนเต็ด ( 4 )

ฤดูกาล 2007-2008

ในฤดูกาล 2007-2008 เวสต์แฮมมีสถานการณ์ที่เริ่มปลอดภัยมากขึ้นเพราะสามารถไต่อันดับอยู่ครึ่งบนในตารางคะแนนของลีกได้ แม้นักเตะที่เซ็นสัญญาเข้ามาใหม่อย่าง เคร็ก เบลลามี และ คีรอน ดายเออร์ ได้รับบาดเจ็บบ่อยครั้ง และเกมส์สุดท้ายของฤดูกาลนี้ที่ บุลินกราวนด์ คือในนัดที่เวสต์แฮมเสมอไป 2-2 กับ แอสตันวิลลา พร้อมกับจนอับดับที่ 10 ซึ่งสามารถแซงหน้า ทอตนัมฮอตสเปอร์ สโมสรร่วมเมืองไปหนึ่งอันดับโดยมีแต้มมากกว่าสเปอร์อยู่สามแต้ม

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ แมนเชสเตอร์ซิตี ( 21 )

สถิติสูงสุดในพรีเมียร์ลีก

สำหรับพลพรรค “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในยุคที่มี เป๊ป กวาร์ดิโอลา เป็นกัปตันกุมบังเหียน เมื่อพวกเขากลายเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำคะแนนได้ถึง 100 แต้ม หลังบุกไปเฉือนชนะ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน คาถิ่น 1-0 ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดปิดฤดูกาล 2017-18 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

เกมดังกล่าว ทีมเรือใบสีฟ้ากว่าจะได้ประตูชัยก็ต้องรอจนถึงช่วงทดเจ็บนาทีที่ 4 จากจังหวะที่เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติเบลเยียม จ่ายทะลุให้กาเบรียล เชซุส หลุดเข้าไป ชิพข้ามหัวนายทวารเซาแธมป์ตัน เข้าประตูไปอย่างสวยงาม

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ แมนเชสเตอร์ซิตี ( 20 )

ฤดูกาล 2010/2011 แมนซิตียังไม่สามารถคว้าแชมป์ได้ ทำได้แค่อยู่อันดับ 3 ห่างจากแมนยูไนเต็ด มากถึง9คะแนน แม้จะมีการเสริมทัพมาก อาทิ ยาย่า ตูเร่, ดาบิด ซิลบา, มารีโอ บาโลเตลลี ซึ่งตอนนี้ได้เป็นกำลังหลักของทีม

ฤดูกาล 2011/2012 แมนซิตีสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ

ในยุคโค้ช มานูเอล เปเลกรินิ สามารถคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีกได้ใน ฤดูกาล 2013/2014 ได้เป็นผลสำเร็จ แล้วสามารถนำทีม เข้ารอบลึกถึง รอบรองฯ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ได้เป็นครั้งแรกของสโมสร ได้ใน ฤดูกาล 2015/2016

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เชลซี ( 9 )

ในปีต่อมาพวกเขายังได้แชมป์อีกด้วยคะแนน 92 คะแนนและยังชนะเลิศเอฟเอคัพด้วยการเอาชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไป 1-0 ในปี 2007 และยังคว้าแชมป์ลีกคัพได้จากการเอาชนะอาร์เซน่อลไป 2-1 จากสองลูกของดิดิเยร์ ดร็อกบาตำนานกองหน้าของสโมสรเชลซี เขาถูกปลดในปี 2007 และถูกแทนที่ด้วย อัฟราม แกรนท์ กุนซือผู้พาทีมเข้าชิงยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นครั้งแรกก่อนจะไปพ่ายแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอย่างน่าเจ็บปวดในการดวลจุดโทษ 5-6 โดยจอห์น เทอร์รี่และนีกอลา อาแนลกายิงจุดโทษไม่เข้า ในปีต่อพวกเขาดึง หลุยส์ ฟิลิปเป สโคลารี เข้ามาคุมทีม แต่ก็ฟอร์มแย่จนโดนปลดออกไป นอกจากจะพลาดแชมป์ลีกและบอลถ้วยแล้ว พวกเขายังตกรอบรองชนะเลิศยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกในปี 2008-09 ในยุคของกุส ฮิดดิงค์จากการพ่ายให้กับบาร์เซโลน่าด้วยกฏประตูทีมเยือนของอันเดรส อีเนียสตา

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เชลซี ( 8 )

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ (2004 – 2011)

 

โรมัน อับราโมวิช ผู้เปลี่ยนแปลงสโมสรฟุตบอลเชลซีตลอดกาล (ในภาพ ปี 2008)

เคนเบตส์ได้ขายสโมสรราคา 140 ล้านปอนด์ ให้กับนักการเมืองมหาเศรษฐีชาวรัสเซีย โรมัน อับราโมวิช และได้ทุ่มซื้อสตาร์ดังมามากมาย และได้ทำเรื่องงงงวยให้กับแฟนบอลด้วยการปลดรานีเอรี่ออกจากตำแหน่ง และแทนที่ด้วยโชเซ มูรีนโย ซึ่งก็ไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดเพราะมูรินโยได้เข้ามาเป็นตำนานกุนซือที่นำพาความสำเร็จมาให้สโมสรมากมายทั้งการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2004-05 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรด้วยคะแนนประวัติศาสตร์ถึง 95 คะแนน และยังเอาชนะสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลในนัดชิงฟุตบอลลีกคัพได้ 3 ประตูต่อ 2 คว้าแชมป์ไปแบบยิ่งใหญ่ แต่ก็ถูกคู่ปรับรายเดียวกันถีบตกรอบยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกจาก “ประตูผี” ของหลุยส์การ์เซีย

 

แชมป์โลกเยาวชนชาวไทย ไท ต.ศิลาชัย ( 3 )

แชมป์โลกรุ่นไลท์เวท WBO ตะวันออกไกล (2552 – 2554)

ชิง, 6 มีนาคม 2552 ชนะคะแนน เอ็ดดี้ โคโมโร่ (  อินโดนีเซีย) ที่ จ.สุรินทร์

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1, 25 เมษายน 2552 ชนะคะแนน ไมค์ ทุมบากา (ฟิลิปปินส์) ที่ จ.เพชรบูรณ์

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 2, 4 ธันวาคม 2552 ชนะน็อค ยก 10 แดนนี่ ปานิโล (ฟิลิปปินส์) ที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 3, 23 มกราคม 2553 ชนะน็อค ยก 5 ไมค์ ทุมบากา (ฟิลิปปินส์) ที่ จ.เชียงใหม่

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 4, 26 เมษายน 2553 ชนะน็อค ยก 2 โจเอล เดอลาครูซ (ฟิลิปปินส์) ที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 5, 1 ตุลาคม 2553 ชนะน็อค ยก 4 อาร์เมอร์ ทิโน่ (ฟิลิปปินส์) ที่ ตลาดคลอง7 จ.ปทุมธานี

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 6, 7 มกราคม 2554 ชนะน็อค ยก 2 อาร์เนียล โดเนล (ฟิลิปปินส์) ที่ หมู่บ้านเวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย

เสียแชมป์, 25 เมษายน 2554 แพ้น็อค ยก 6 โจเซ่ ออสแคมโป (ฟิลิปปินส์) ที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์